แจ้งเกิด (สูติบัตร)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์สามารถออกสูติบัตรให้แก่เด็กสัญชาติไทยที่เกิดในประเทศสิงคโปร์เท่านั้น
หลักเกณฑ์การได้สัญชาติไทยของเด็กที่เกิดในต่างประเทศ มีดังนี้
| สัญชาติบิดา | สัญชาติมารดา | สัญชาติเด็ก | |
|
บิดามารดา จดทะเบียนสมรส |
ไทย | ไทย | ไทย |
| อื่น ๆ | ไทย | ไทย | |
| ไทย | อื่น ๆ | ไทย | |
|
บิดามารดา ไม่ได้จดทะเบียนสมรส |
ไทย | ไทย | ไทย |
| ไทย | อื่น ๆ | *ต้องพิสูจน์ความเป็นบิดาก่อน | |
| อื่น ๆ | ไทย | ไทย |
หลักเกณฑ์การตั้งชื่อของผู้ที่มีสัญชาติไทย (พ.ร.บ.ชื่อบุคคล พ.ศ. 2505)
- ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คลายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี หรือราชทินนาม
- ต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
- ต้องไม่มีเจตนาทุจริต
- มีความหมายในภาษาไทยที่สามารถรู้ได้ว่าเป็นชายหรือหญิง และชื่อหนึ่งไม่เกิน 3 พยางค์
- ผู้ได้รับหรือเคยรับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และยังอยู่ในบรรดาศักดิ์นั้นโดยมิได้ถูกถอดถอน สามารถใช้ราชทินนามเป็นชื่อตัวหรือชื่อรองก็ได้
ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบ
- บิดามารดาจดทะเบียนสมรส
(1) บุตรมีสิทธิใช้นามสกุลบิดาและมารดา การออกสูติบัตรไทย จะออกให้ตรงตามนามสกุลของบิดาหรือมารดาที่ระบุในสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์
(2) หากบิดาและมารดาประสงค์ให้บุตรใช้นามสกุลของบุคคลอื่นที่มิใช่นามสกุลของบิดาหรือมารดา เจ้าหน้าที่กงสุลไม่มีอำนาจดำเนินการ เพราะการอนุญาตดังกล่าวเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่ที่เจ้าของนามสกุลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
- บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส
(1) เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาฝ่ายเดียว และมีสิทธิใช้นามสกุลของมารดา มารดาแจ้งเกิดโดยบุตรใช้นามสกุลของตนเอง
(2) หากมารดาประสงค์ให้บุตรใช้นามสกุลของบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และบิดาเป็นผู้แจ้งเกิดกับทางการท้องถิ่นสิงคโปร์ โดยให้ใช้นามสกุลของบิดา หรือบิดายินยอมให้บุตรนอกสมรสใช้นามสกุลของตน สามารถทำได้โดยมีสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ที่มีชื่อบิดามาแสดงเป็นหลักฐานการยินยอมทั้งสองฝ่าย โดยบิดาจะต้องกรอกฟอร์มหนังสืออนุญาตให้ใช้นามสกุลของบิดา คลิกที่นี่ และมารดาต้องกรอกบันทึกสอบปากคำกรณีบุตรนอกสมรสใช้นามสกุลของบิดา คลิกที่นี่
(3) หากมารดาไม่ยินยอมให้บุตรใช้นามสกุลบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้บิดาจะยินยอมเจ้าหน้าที่กงสุลไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากอำนาจการปกครองบุตรอยู่กับมารดา
(4) หากบิดาเป็นบุคคลสัญชาติไทยและมารดาเป็นบุคคลต่างชาติ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน บุตรมีสิทธิ์ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามมาตรา 7 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 แต่จะต้องทำเรื่องพิสูจน์ความเป็นบิดาก่อนขอจดทะเบียนคนเกิดให้บุตร (ดูรายละเอียดที่ เอกสารเพิ่มเติมของบิดาสัญชาติไทยกับมารดาซึ่งเป็นคนสัญชาติอื่น กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส)
- หากบิดาหรือมารดาสัญชาติไทยที่ต้องการขอสูติบัตรไทยให้บุตร มีการถือสัญชาติอื่นด้วยหรือเป็นบุคคล 2 สัญชาติ และมีการระบุสัญชาติของบิดาหรือมารดาในสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์เป็นสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่สัญชาติไทย จะต้องมาให้ปากคำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล และทำบันทึกสอบปากคำยืนยันการเป็นบุคคลสัญชาติไทยพร้อมหลักฐานประกอบของการมี 2 สัญชาติด้วย
- ในกรณีที่มารดามีสัญชาติไทยและบิดาต่างชาติ ประสงค์ขอจดทะเบียนเกิดให้บุตรที่เกิดก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) กรุณาดาวน์โหลดแบบฟอร์มบันทึกสอบปากคำกรณีขอให้ออกสูติบัตรให้กับบุตร ซึ่งได้สัญชาติไทยย้อนหลัง ตามมาตรา 10 พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 คลิกที่นี่ โดยมารดาที่มีสัญชาติไทยจะต้องกรอกรายละเอียดในบันทึกสอบปากคำให้เรียบร้อยก่อน (ในกรณีที่บิดาเป็นคนสัญชาติสิงคโปร์ หากบรรลุนิติภาวะแล้ว จะไม่สามารถสามารถถือ 2 สัญชาติได้ หากผู้ร้องต้องการขอสัญชาติไทยให้บุตร จะต้องทำเรื่องสละสัญชาติสิงคโปร์ โปรดศึกษาข้อมูลการถือสัญชาติไทย-สิงคโปร์ ก่อนดำเนินการแจ้งขอสูติบัตรไทย)
- หากมีข้อสอบถามเพิ่มเติมในกรณีขอสูติบัตรสำหรับบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วหรือเกิดก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ทางอีเมลด้านล่าง ก่อนดำเนินการแจ้งขอสูติบัตรไทย
- สำหรับเด็กผู้ชาย จะต้องไปดำเนินการเข้ารับการเกณฑ์ทหารที่ประเทศไทย โดยเมื่ออายุ 16 ปี จะต้องรับหมายเกณฑ์ทหาร อายุ 20 ปี จะต้องไปรายงานตัวกับสัสดีที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ และเมื่ออายุครบ 21 ปี จะต้องไปเข้ารับคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร มิเช่นนั้นจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตั้งชื่อและการใช้นามสกุลของเด็ก (อ่านก่อนเริ่มทำคำร้อง)
- สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์จะออกสูติบัตรไทยโดยระบุชื่อนามสกุลตามสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายไทยด้วย ชื่อบุตรในสูติบัตรท้องถิ่นซึ่งออกโดยหน่วยงานท้องถิ่นของสิงคโปร์ จะต้องตรงกับชื่อบุตรที่แจ้งเกิดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎหมายไทย ดังนั้น หากผู้ร้องต้องการขอสัญชาติไทยให้บุตร จึงควรตั้งชื่อเด็กให้สอดคล้องกับกฎหมายไทยตั้งแต่ต้น
- ตามกฎหมายไทย เด็กจะต้องใช้นามสกุลตามบิดาหรือมารดาเท่านั้น โดยในสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ บุตรจะต้องนามสกุลตรงกับบิดาหรือมารดาเท่านั้น ไม่สามารถตั้งนามสกุลใหม่หรือนำชื่อสกุลของบิดามารดามารวมกันได้
- หากบิดาเป็นบุคคลที่ไม่มีนามสกุล จะต้องใช้นามสกุลของมารดาในการออกสูติบัตร พร้อมกับให้ปากคำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล และทำบันทึกสอบปากคำยืนยันใช้นามสกุลมารดา แต่ถ้าบิดาไม่ยินยอมที่ให้บุตรใช้ชื่อสกุลของมารดา เจ้าหน้าที่กงสุลจะไม่รับพิจารณาคำร้องฯและไม่สามารถดำเนินการออกสูติบัตรได้
หมายเหตุ : ในกรณีนี้จะทำให้บุตรมีชื่อ-สกุลในเอกสารทางการสิงคโปร์และสูติบัตรไทยไม่ตรงกัน โปรดทำความเข้าใจก่อนดำเนินการขอสัญชาติไทยให้บุตร
- หากสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ของบุตรระบุนามสกุลบุตรและบิดา ไม่ตรงกัน หรือตั้งนามสกุลใหม่ หรือนำนามสกุลของบรรพบุรุษคนอื่นๆที่ไม่ตรงกับบิดามาตั้ง เจ้าหน้าที่กงสุลจะไม่รับพิจารณาคำร้องฯและไม่สามารถดำเนินการออกสูติบัตรได้
- ชื่อ-นามสกุลเด็กในสูติบัตรไทย ประกอบด้วย
(1) ชื่อตัว หมายถึง ชื่อประจำตัวบุคคล (First name)
(2) ชื่อรอง หมายถึง ชื่อประกอบถัดจากชื่อตัว (Middle name)
(3) นามสกุล หมายถึง ชื่อประจำวงศ์ตระกูล (Surname หรือ Family name)
การระบุชื่อภาษาไทยในสูติบัตรไทย จะแบ่งออกเป็น 3 วรรคคือ ชื่อตัว ชื่อรอง และนามสกุล ชื่อตัวหรือชื่อรองที่มีวรรคระหว่างชื่อในสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ ถ้านำมาเขียนในสูติบัตรไทย ตามกฎหมายไทยจะต้องเขียนติดกันเท่านั้น และการเรียงชื่อ-ชื่อสกุลในสูติบัตรไทยจะเป็น ชื่อตัว - ชื่อรอง - สกุล ตามลำดับ
ยกตัวอย่างเช่น
ชื่อที่ปรากฏในสูติบัตรสิงคโปร์ คือ Xiao Chen Lee, Xiao Zhu โดยผู้ร้องเลือกระบุชื่อของบุตรที่จะระบุในสูติบัตรไทย ดังนี้
ชื่อตัว Xiao Chen ชื่อรอง Xiao Zhu นามสกุล Lee
การระบุชื่อนามสกุลในสูติบัตรไทย จะเป็น
ชื่อตัว เสี่ยวเฉิน(ติดกัน) -วรรค- ชื่อรอง เสี่ยวจู(ติดกัน) -วรรค- นามสกุล ลี
ส่วนในภาษาอังกฤษก็จะระบุเว้นวรรคตามสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์เช่นเดิม เพียงแต่การเรียงชื่อจะเป็นไปตามระเบียบการออกสูติบัตรไทย คือ Xiao Chen Xiao Zhu Lee เป็นต้น
และหากชื่อ-ชื่อสกุลในสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ระบุมากกว่า 3 วรรค เป็น 4 หรือ 5 วรรค การระบุลงในสูติบัตรไทยในช่องภาษาไทย จะต้องเลือกเขียนติดกันในวรรคหนึ่งของชื่อตัวหรือชื่อรอง จะไม่สามารถวรรคเกิน 3 วรรคได้
ยกตัวอย่างเช่น
ชื่อที่ปรากฏในสูติบัตรสิงคโปร์ คือ Xiao Chen Somchai Lee, Xiao Zhu โดยผู้ร้องเลือกระบุชื่อของบุตรที่จะระบุในสูติบัตรไทย ดังนี้
ชื่อตัว Xiao Chen Somchai ชื่อรอง Xiao Zhu นามสกุล Lee
การระบุชื่อนามสกุลในสูติบัตรไทย จะเป็น
ชื่อตัว เสี่ยวเฉินสมชาย(ติดกัน) -วรรค- ชื่อรอง เสี่ยวจู(ติดกัน) -วรรค- นามสกุล ลี
(อีกทางหนึ่ง หากผู้ร้องต้องการจะระบุ “สมชาย” ไว้กับชื่อรองก็ทำได้เช่นกัน ในสูติบัตรไทยก็จะระบุเป็น ชื่อตัว เสี่ยวเฉิน(ติดกัน) -วรรค- ชื่อรอง สมชายเสี่ยวจู(ติดกัน) -วรรค- นามสกุล ลี
ส่วนในภาษาอังกฤษก็จะระบุเว้นวรรคตามสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์เช่นเดิม เพียงแต่การเรียงชื่อจะเป็นไปตามระเบียบการออกสูติบัตรไทย คือ Xiao Chen Somchai Xiao Zhu Lee เป็นต้น
สำหรับผู้เยาว์ที่บิดาไม่มีชื่อสกุลและในสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ไม่ได้ตั้งชื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายไทย ไม่ปรากฏชื่อสกุลของบุตรและบิดาที่ตรงกัน ในสูติบัตรไทยจะต้องนำชื่อสกุลของมารดามาใช้แทน
ยกตัวอย่างเช่น
ชื่อที่ปรากฏในสูติบัตรสิงคโปร์ คือ Somying Binte Muhammad
บิดาของผู้เยาว์ชื่อ Muhammad Bin Abdullah
มารดาของผู้เยาว์ชื่อ สมปอง ใจดี (Sompong Jaidee)
จะเห็นว่านามสกุลของผู้เยาว์และบิดาไม่ตรงกัน เนื่องจากบิดาเป็นบุคคลไม่มีนามสกุล เป็นการนำชื่อบิดามาต่อท้ายชื่อบุตร ในการทำสูติบัตรไทย ไม่สามารถออกเป็น สมหญิง นามสกุล บินตี้ มูฮัมหมัด ได้ เนื่องจากส่วนท้ายของบิดาปรากฏเป็น บิน อับดุลลอฮ์ แต่ของบุตรเป็น บินตี้ มูฮัมหมัด ดังนั้นจะต้องนำนามสกุลหรือชื่อสกุลของมารดาคนไทยมาระบุแทนในสูติบัตร เนื่องจากบุตรจะต้องใช้นามสกุลของบิดาหรือมารดาเท่านั้น และนามสกุลนั้นก็จะต้องตรงกันด้วย (ตามที่อธิบายไว้ในส่วนของข้อควรรู้เกี่ยวกับการตั้งชื่อและการใช้นามสกุลของเด็ก ในส่วนด้านบน)
การระบุชื่อ-นามสกุลในสูติบัตรไทยก็จะออกมาเป็น ดังนี้
ภาษาอังกฤษ ชื่อตัว Somying ชื่อรอง Binte Muhammad นามสกุล Jaidee
ภาษาไทย จะเป็น ชื่อตัว สมหญิง ชื่อรอง บินตี้มูฮัมหมัด(ติดกัน) นามสกุล ใจดี
ส่วนในภาษาอังกฤษก็จะระบุเว้นวรรคตามสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์เช่นเดิม เพียงแต่การระบุชื่อสกุลจะเป็นไปตามระเบียบการออกสูติบัตรไทย คือ Somying Binte Muhammad Jaidee
และก็จะทำให้ชื่อในเอกสารสัญชาติไทยและอีกสัญชาติของบุตรนั้น ไม่ตรงกัน ดังนั้นขอเรียนว่า หากผู้ร้องมีความตั้งใจขอสัญชาติไทยให้บุตรด้วย ควรจะระบุชื่อของบุตรในสูติบัตรสิงคโปร์ให้สอดคล้องกับการตั้งชื่อในกฎหมายไทยด้วย เอกสารทั้ง 2 สัญชาติของบุตรจะได้ตรงกัน
แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ร้องระบุชื่อไม่สอดคล้อง ทางเจ้าหน้าที่กงสุลก็จะทำบันทึกสอบปากคำยืนยันการใช้นามสกุลมารดา โดยมารดาและบิดาจะต้องลงนามรับทราบ แนบไปกับการออกสูติบัตรไทยค่ะ ซึ่งเอกสารดังกล่าว จะเป็นภาษาไทย และเป็นเอกสารประกอบในการออกสูติบัตรไทยเท่านั้นว่าบุตรของผู้ร้องจะต้องใช้นามสกุลของมารดา เนื่องจากบิดาไม่มีนามสกุล
- ชื่อรองไม่ใช่องค์ประกอบบังคับในการแจ้งเกิด จะมีหรือไม่มีก็ได้ เราจะออกสูติบัตรระบุชื่อนามสกุลตามสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์
- กรณีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิใช้ชื่อสกุลของมารดาหรือบิดาเป็นชื่อรองได้ หากตรงตามที่สูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ออกให้
- การสะกดคำภาษาไทยชื่อบุตรในสูติบัตรไทยที่จะออกโดยสถานเอกอัครราชทูตจะต้องตรงกับภาษาอังกฤษที่อยู่ในสูติบัตรท้องถิ่นสิงคโปร์ ต้องสะกดให้ออกเสียงเหมือนกันหรือใกล้เคียงที่สุดตามหลักภาษานั้น ๆ
เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง
- กรอกคำร้องขอจดทะเบียนคนเกิด ตามไฟล์แนบด้านล่าง หรือคลิกที่นี่
- เอกสารผู้เยาว์
- สูติบัตรสิงคโปร์
- หนังสือเดินทางของผู้เยาว์ที่ออกจากประเทศอื่น (ถ้ามี)
- เอกสารมารดา
- หนังสือเดินทาง
- บัตรประชาชนไทย (หากเป็นบุคคลสัญชาติไทย)
- ทะเบียนบ้าน (หากเป็นบุคคลสัญชาติไทย สำเนาทะเบียนบ้านที่ประสงค์จะนำเด็กเพิ่มชื่อเข้า [หน้าแรกระบุเลขที่บ้าน และหน้าที่ระบุชื่อมารดา])
- บัตรแสดงถิ่นที่อยู่ในสิงค์โปร์ เช่น บัตรพำนักในสิงค์โปร์ บัตรทำงาน ฯลฯ
- ทะเบียนสมรส (หากมี)
- เอกสารบิดา
- หนังสือเดินทาง
- บัตรประชาชนไทย (หากเป็นบุคคลสัญชาติไทย)
- ทะเบียนบ้าน (หากเป็นบุคคลสัญชาติไทย สำเนาทะเบียนบ้านที่ประสงค์จะนำเด็กเพิ่มชื่อเข้า [หน้าแรกระบุเลขที่บ้าน และหน้าที่ระบุชื่อบิดา])
- บัตรแสดงถิ่นที่อยู่ในสิงค์โปร์ เช่น บัตรประชาชนสิงคโปร์ บัตรพำนักในสิงคโปร์ บัตรทำงาน ฯลฯ
- ทะเบียนสมรส (หากมี)
- เอกสารเพิ่มเติมของบิดาสัญชาติไทยกับมารดาซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติอื่น กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส
1. หลักฐานการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) หรือหลักฐานการตรวจทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ว่าบิดาและผู้เกิดเป็นบิดาและบุตรกัน (หากเอกสารออกในสิงคโปร์ จะต้องผ่านการรับรอง (Authentication) จากNotary Public และ Singapore Academy of Law ก่อน)
2. แบบคําขอพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทยของผู้เกิดเพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด คลิกที่นี่
3. รูปถ่ายขนาด 4x6 ซม. ของบุตรและบิดา คนละ 2 รูป
4. ค่าธรรมเนียมการออกเอกสารพิสูจน์ความเป็นบิดา 2 ดอลลาร์สิงคโปร์
หมายเหตุ: เอกสารดังกล่าวในข้อ 2-5 ที่ออกโดยต่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองเอกสารก่อนนำมายื่นที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
การรับรองเอกสารก่อนนำมายื่นที่สถานเอกอัครราชทูต ฯ
- ในกรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นคนสัญชาติสิงคโปร์
- เอกสารของประเทศสิงคโปร์จะต้องนำไปรับรองความถูกต้องจากรัฐบาลสิงคโปร์ก่อน โดยเอกสารที่ต้องนำไปรับรอง มีดังนี้ - สูติบัตรสิงคโปร์ของผู้เยาว์
- หนังสือเดินทางสิงคโปร์ของบิดาหรือมารดา และของผู้เยาว์
- บัตรประชาชนสิงคโปร์ของบิดาหรือมารดา
- บัตรถิ่นพำนักในสิงคโปร์ของบิดาหรือมารดา
- ทะเบียนสมรสสิงคโปร์
สามารถเลือกรับรองได้ 2 แบบ ดังนี้
รับรองโดย Singapore Academy of Law (SAL)
- ไม่สามารถเย็บรวมเป็นชุดเดียวได้
- ต้องรับรองเอกสารดังกล่าวในข้อ 1 แยกเป็นแผ่น ซึ่งค่าธรรมเนียมการรับรองความถูกต้องเอกสารดังกล่าวจะถูกคิดโดย Singapore Academy of Law
- เมื่อได้มาแล้ว ให้ถ่ายเอกสารเพิ่มเพื่อเป็นหลักฐานไว้กับสถานเอกอัครราชทูตฯ อีก 1 ชุด
- เนื่องจาก SAL ไม่สามารถเย็บรวมเอกสารได้แบบทนายความสิงคโปร์ (Notary Public) ในวันที่มายื่นคำร้องขอสูติบัตร สถานเอกอัครราชทูตฯ จะคิดค่าธรรมเนียมเอกสารหลังการรับรองจาก SAL ต่อแผ่น แผ่นละ 30 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตัวอย่างเช่น เอกสารมี 5 แผ่น ค่าธรรมเนียมคือ 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ เป็นต้น
รับรองโดยทนายความสิงคโปร์ (Notary Public)
- เอกสารที่ให้ทนายความรับรองสามารถเย็บรวมเป็น 1 ชุด (Corner Binding)
- นำเอกสารไปรับรองอีกครั้งที่ Singapore Academy of Law
- เมื่อได้มาแล้วให้ถ่ายเอกสารเพิ่มให้สถานเอกอัครราชทูตฯ อีก 1 ชุด
- สำหรับค่าธรรมเนียมการรับรองความถูกต้องของเอกสารดังกล่าวโดยทนายความสิงคโปร์ ให้สอบถามกับทนายความที่ไปรับรองในวันที่มายื่นคำร้องขอสูติบัตร
- สถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการรับรองลายมือชื่อของ Singapore Academy of Law นั้น โดยมีค่าธรรมเนียมชุดละ 30 ดอลลาร์สิงคโปร์
- เอกสารที่เป็นของทางการไทยให้ยื่นเอกสารตัวจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด ดังนี้
- หนังสือเดินทางไทยของบิดาหรือมารดา
- บัตรประจำตัวประชนชนไทยของบิดาหรือมารดา
- สำเนาทะเบียนบ้านไทยของบิดาหรือมารดา
- ทะเบียนสมรสไทย (หากมี)
ขออธิบายเพิ่มเติมในส่วนนี้ของเอกสารประเทศสิงคโปร์จากข้อข้างบน เนื่องจากเป็นการชี้แจงโดยภาพรวม เพราะฝ่ายกงสุลจะยังไม่ทราบว่าผู้ร้องฝ่ายใดจะเป็นบุคคลสัญชาติไทย จึงระบุไว้ว่าบิดาหรือมารดา
ยกตัวอย่าง หากมารดาเป็นสัญชาติไทย บิดาเป็นสัญชาติสิงคโปร์ จดทะเบียนสมรสกันที่ประเทศสิงคโปร์ เอกสารที่จะต้องนำไปรับรองความถูกต้องจาก SAL หรือ Notary Public + SAL นั้นก็จะได้แก่
- สูติบัตรสิงคโปร์ของบุตร
- หนังสือเดินทางสิงคโปร์ของบิดา (และของบุตร ถ้าบุตรมีหนังสือเดินทางสิงคโปร์แล้ว)
- บัตรประชาชนสิงคโปร์ของบิดา
- บัตรถิ่นพำนักในสิงคโปร์ของมารดา
- ทะเบียนสมรสสิงคโปร์
ส่วนเอกสารไทย ซึ่งจะได้แก่ หนังสือเดินทางไทยของมารดา, บัตรประชาชนไทยของมารดาและสำเนาทะเบียนบ้านของมารดา ไม่ต้องรับรองความถูกต้อง เนื่องจากเป็นเอกสารไทยอยู่แล้ว
แต่ถ้าหากในอีกทางหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น มารดาเป็นสัญชาติสิงคโปร์ บิดาเป็นสัญชาติไทย จดทะเบียนสมรสกันที่ประเทศไทย
เอกสารที่จะต้องนำไปรับรองความถูกต้องจาก SAL หรือ Notary Public + SAL นั้นก็จะได้แก่
- สูติบัตรสิงคโปร์ของบุตร
- หนังสือเดินทางสิงคโปร์ของมารดา (และของบุตร ถ้าบุตรมีหนังสือเดินทางสิงคโปร์แล้ว)
- บัตรประชาชนสิงคโปร์ของมารดา
- บัตรถิ่นพำนักในสิงคโปร์ของบิดา
ส่วนเอกสารไทย ซึ่งจะได้แก่ หนังสือเดินทางไทยของบิดา, บัตรประชาชนไทยของบิดา, สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาและทะเบียนสมรสไทย ไม่ต้องรับรองความถูกต้อง เนื่องจากเป็นเอกสารไทยอยู่แล้ว
และสุดท้าย หากบิดาและมารดาทั้งคู่เป็นบุคคลสัญชาติไทยที่มาคลอดบุตรที่นี่ ก็จะต้องนำเอกสารสิงคโปร์ไปรับรองความถูกต้องจาก SAL ด้วยเช่นกัน ได้แก่
- สูติบัตรสิงคโปร์ของบุตร
- บัตรถิ่นพำนักในสิงคโปร์ของบิดาและมารดา
ส่วนเอกสารไทย ซึ่งจะได้แก่ หนังสือเดินทางไทยของบิดา+มารดา, บัตรประชาชนไทยของบิดา+มารดามารดา, สำเนาทะเบียนบ้านของบิดา+มารดาและทะเบียนสมรสไทย ไม่ต้องรับรองความถูกต้อง เนื่องจากเป็นเอกสารไทย เป็นต้น
ระยะเวลาการดำเนินการออกสูติบัตรใช้เวลา 1 สัปดาห์
หมายเหตุ : บิดาหรือมารดาสัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งบุตรมีสัญชาติสิงคโปร์ด้วย ถ้าต้องการทำสัญชาติไทยให้บุตร เพื่อเป็นบุคคล 2 สัญชาติไทย-สิงคโปร์ หากเป็นบุตรชาย จะต้องเกณฑ์ทหาร 2 ประเทศ และเมื่ออายุบรรลุนิติภาวะ สิงคโปร์จะไม่อนุญาตให้ถือ 2 สัญชาติ บุคคลที่มี 2 สัญชาติ ไทย-สิงคโปร์ทั้งชายและหญิงจะต้องเลือกสัญชาติใดสัญชาตินึง โปรดศึกษาข้อมูลสิทธิและหน้าที่ของการถือ 2 สัญชาติก่อนจะดำเนินการขอสัญชาติไทยให้บุตร เนื่องจากหากได้สัญชาติไทยแล้ว จะไม่สามารถขอยกเลิกก่อนบรรลุนิติภาวะได้
- ในกรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นคนต่างชาติที่ไม่ใช่สัญชาติสิงคโปร์
- เอกสารราชการของประเทศอื่นที่ไม่ใช่สิงคโปร์และไม่ใช่ของไทยจะต้องให้สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือ สถานกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศสิงคโปร์ รับรองความถูกต้องก่อน ดังนี้- หนังสือเดินทางต่างชาติของบิดาหรือมารดา/ผู้เยาว์ ตัวอย่างเช่น บิดาสัญชาติเยอรมนี หนังสือเดินทางเยอรมนีของบิดาจะต้องให้สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีในสิงคโปร์รับรองความถูกต้อง เป็นต้น
- ทะเบียนสมรสที่ไม่ใช่ของสิงคโปร์และไม่ใช่ของไทย โดยหากไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ควรจะจัดทำคำแปลภาษาที่สามตามระเบียบของกระทรวงต่างประเทศ เนื่องจากหลังจากทำสูติบัตรไทยแล้ว จะต้องนำชื่อบุตรเข้าทะเบียนบ้านในประเทศไทย บางอำเภออาจจะขอทะเบียนสมรสที่แปลเป็นไทยและได้รับการรับรองคำแปลมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากเป็นทะเบียนสมรสของประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ไทยหรือสิงคโปร์ ขอแนะนำให้ทำการแปลและรับรองคำแปลจากประเทศที่จดทะเบียนสมรส จะสะดวกกับผู้ร้องมากกว่าทำในประเทศสิงคโปร์
- หมายเหตุ: หากบิดาหรือมารดาถือสัญชาติต่อไปนี้ ให้ทำตามขั้นตอนนี้
- บิดาหรือมารดาสัญชาติบริติช (สหราชอาณาจักรฯ), สัญชาติญี่ปุ่น : สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร, สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นในสิงคโปร์ไม่รับรองความถูกต้องของเอกสาร ดังนั้น สามารถดำเนินการรับรองเอกสารได้เหมือนในกรณีที่บิดาสัญชาติสิงคโปร์
- บิดาหรือมารดาสัญชาติอินโดนีเซีย : หากไม่ได้ทำหนังสือเดินทางอินโดนีเซียที่สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียในสิงคโปร์ สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียในสิงคโปร์ไม่รับรองความถูกต้องของเอกสาร ดังนั้น สามารถดำเนินการรับรองเอกสารได้เหมือนในกรณีที่บิดาสัญชาติสิงคโปร์
- หลังจากที่หนังสือเดินทางต่างชาติของบิดาหรือมารดา/ผู้เยาว์รับรองเอกสารผ่านสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือ สถานกงสุลของประเทศนั้นๆ แล้วให้นำมารวมกับเอกสารราชการของสิงคโปร์เป็นชุดเดียว ดังนี้ หนังสือเดินทางต่างชาติของบิดาหรือมารดา/ผู้เยาว์, สูติบัตรสิงคโปร์ของผู้เยาว์, บัตรถิ่นพำนักในสิงคโปร์ของบิดา+มารดา, ทะเบียนสมรสสิงคโปร์
- ให้นำเอกสารทั้งหมดดำเนินการต่อไปดังนี้
- รับรองโดยทนายความสิงคโปร์(Notary Public) เอกสารที่ให้ทนายความรับรองสามารถเย็บรวมเป็น 1 ชุด (Corner binding)
- รับรองอีกครั้งที่ Singapore Academy of Law
- เมื่อได้มาแล้ว ให้ถ่ายเอกสารเพิ่มให้สถานทูตอีก 1 ชุด ซึ่งค่าธรรมเนียมการรับรองความถูกต้องเอกสารดังกล่าวโดยทนายความสิงคโปร์ให้สอบถามกับทนายความที่ไปรับรอง
- ในวันที่มายื่นคำร้องขอสูติบัตร สถานเอกอัครราชทูตฯ ดำเนินการรับรองจากทนายความสิงคโปร์ 1 ชุด ค่าธรรมเนียม 30 ดอลลาร์สิงคโปร์
- เอกสารที่เป็นของทางการไทยให้ยื่นเอกสารตัวจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด ดังนี้
- หนังสือเดินทางไทยของบิดาหรือมารดา
- บัตรประจำตัวประชนชนไทยของบิดาหรือมารดา
- สำเนาทะเบียนบ้านไทยของบิดาหรือมารดา (อนุโลมทะเบียนบ้านเป็นสำเนาได้)
- ทะเบียนสมรสไทย (หากจดทะเบียนสมรสที่ไทย แต่หากจดในสิงคโปร์ ทะเบียนสมรสก็จะถูกรวมอยู่ในเอกสารต่างประเทศที่รับรองโดย Notary Public+SALแล้ว)
ระยะเวลาการดำเนินการออกสูติบัตรใช้เวลา 1 สัปดาห์
หมายเหตุ : บิดาหรือมารดาเป็นบุคคลต่างชาติที่ไม่ใช่สิงคโปร์ โปรดศึกษาข้อมูลสิทธิและหน้าที่ของการถือ 2 สัญชาติของประเทศนั้นๆ ก่อนจะดำเนินการขอสัญชาติไทยให้บุตร
การยื่นคำร้อง
- เวลาทำการฝ่ายกงสุล
- หากสูติบัตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งEmail หรือโทรไปแจ้งให้ทราบ
ข้อควรทราบ
- สูติบัตรเป็นเอกสารสำคัญ โปรดอย่าทำหาย จำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานประกอบขอแจ้งชื่อบุตรเข้าทะเบียนบ้านต่อนานทะเบียนท้องถิ่นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่บุตรได้เดินทางถึงประเทศไทย และใช้ประกอบคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนเมื่อบุตรมีอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์
- กรณีสูติบัตรหาย ให้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น และขอคัดสำเนาสูติบัตรได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- นามสกุลของบุตรจะต้องใช้นามสกุลของบิดา หรือของมารดา เท่านั้น ไม่สามารถใช้นามสกุลผู้อื่น หรือควบรวมนามสกุลบิดาและมารดาไม่ได้
- ในกรณีบิดา และมารดาประสงค์ให้บุตรใช้นามสกุลของมารดา โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน ทั้งนี้ บุตรสามารถใช้นามสกุลมารดาได้ (ป.พ.บ. มาตรา 1561 ไม่ได้บังคับว่าบุตรต้องใช้นามสกุลบิดา ตามคำพิพากษาฎีกา ที่ 1283/2522)
หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่
- เบอร์ 67372158 ต่อ 664 หรือ 620
- เวลา 16.00-17.30 ในวันจันทร์, อังคาร, พุธ, พฤหัสบดี (เฉพาะโทรสอบถาม ไม่ใช่เวลารับคำร้อง)
อีเมล์: [email protected]
Royal Thai Embassy Singapore
การให้บริการฝ่ายกงสุล (วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี)
09:30am - 11:30am. (สำหรับการยืนคำร้องเท่านั้น)
02:00pm - 3:00pm. (สำหรับการรับหนังสือเดินทางและเอกสารเท่านั้น)
อีเมล : [email protected]